วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ดูประวัติการใช้งานไฟล์ต่างๆใน Windows แบบง่ายๆ


           โดยปรกติถ้าใน Windows เมื่อเราต้องการจะดูประวัติการเรียกใช้ไฟล์ต่างๆสามารถดูได้ที่เมนู Start > Recent Items เราก็จะทราบแล้วว่าที่ผ่านมาวินโดวส์ได้เปิดใช้ไฟล์อะไรมาบ้างและสามารถคลิกเรียกไฟล์นั้นมาใช้งานได้อีก แต่มันคงจะดูได้ไม่หมดแน่  เราก็ต้องไปดูที่ โฟลเดอร์ Recent เลยครับ เพราะวินโดวส์ทั้งหลายมักจะเก็บประวัติการใช้งานไว้ที่นี่เกือบทั้งหมด (ซึ่งทีมงานเองก็ใช้การตรวจสอบการใช้งานของ User ทุกท่านที่นี่เพื่อวิเคราะห์สาเหตุอาการนั่นเอง^^)
วิธีการก็ง่ายๆ เพียงกดคีย์ Windows + R เรียกหน้าต่าง Run ขึ้นมา แล้วพิมพ์คำว่า Recent กด Enter



โฟลเดอร์ Recent จะเปิดออกมา เราก็สามารถคลิกเปิดไฟล์ที่เคยใช้มาได้อีกครั้งนึงแล้ว


ซึ่งสามารถเลือกไฟล์แล้วคลิกขวา>Property เลือกดูในแถบ General ได้ว่าไฟล์นั้นๆ เราได้เปิดไปตอนไหน 


ซึ่งข้อดีของการทำเช่นนี้จะทำให้รู้ว่าเราใช้โปรแกรมหรือไฟล์ใดที่มีความเสี่ยงบ้าง (ยกตัวอย่างนะจ๊ อย่างทีมงานก็จะเปิดดูว่า user ได้ติดไวรัสหรือมีการทำอะไรกับเครื่องก่อนเสียไว้ตอนไหน แล้วก็ค่อยมาวิเคราะห์วิธีแก้ โดยให้กระทบกับระบบอย่างน้อยมากที่สุด ^^) 

หวังว่าบทความนี้จะช่วย user หลายๆท่านได้มากเลย แหะๆ ลองเอาไปเล่นดูก็ได้นะ อ้อ......เกือบลืม พยายามอย่าลบ Recent File ออกนะจ๊ เพราะจะได้มีข้อมูลวิเคราะห์เพื่อใช้ในการซ่อมได้ โย่วๆ ^^


วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Facebook Camera โคลนนิ่ง Instagram

                เป็นที่ทราบกันดีว่า Facebook กำลังจะซื้อ Instagram แต่ล่าสุดทางบริษัทได้เปิดตัวแอพฯ บน iPhone ชื่อว่า Facebook Camera เมื่อวานนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถแชร์ภาพที่ถ่ายของตนบนเฟซบุ๊กได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะว่าไปแล้ว Facebook Camera จะมีการทำงาน และหน้าตาของอินเตอร์เฟซคล้ายกับการใช้ Instagram ยังไงยังงั้น



     สำหรับการใช้งาน Facebook Camera เมื่อผู้ใช้เปิดแอพฯ ขึ้นมา มันจะทราบได้ทันทีว่าผู้ใช้คือใคร โดยเฉพาะผู้ใช้ที่ล็อกอินแอพฯเฟซบุ๊กไว้อยู่ในขณะนั้น แถมยังจะถามอีกด้วยว่า คุณต้องการใช้งานภายใต้บัญชีผู้ใช้ดังกล่าว หรือไม่? พร้อมทั้งขออนุญาตติตดาม และระบุตำแหน่งภาพถ่ายของคุณ ซึ่ง Facebook Camera มีความชัดเจนว่าเป็นแอพฯ เกียวกับการถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว (ตามชื่อของมัน) โดยที่หน้าโฮมของแอพฯ คุณจะพบว่า มันมีรูป"กล้อง"อยู่มุมบนซ้ายสุดตามด้วยพรีวิวภาพถ่ายขนาดเล็กในอัลบั้มของคุณ ส่วนที่ด้านล่างจะมีฟีดภาพถ่ายของเพื่อนๆ พร้อมด้วย Like และ Comments


          จะให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้จากแอพฯ โดยตรงด้วยการแตะที่ไอคอนรูปกล้อง พร้อมทั้งสามารถแก้ไขภาพถ่ายด้วยอย่างเช่น การปรับตำแหน่งของภาพให้ดูลงตัว และเช่นเดียวกับแอพฯ ถ่ายรูปทั่วไปทีมาพร้อมกับฟิลเตอร์ (filters) มากมายที่จะทำให้ภาพของคุณสวยได้แม้ไม่ใช่มือโปรฯ หลังจากถ่ายภาพด้วย Facebook Camera เสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถแตะภาพดังกล่าว เพื่อโพสต์ข้อความบรรยายของคุณได้ทันที ซึ่งในส่วนของการตังค่า (settings) ต่างๆ คุณสามารถกำหนดให้มันระบุตำแหน่งของสถานที่ที่ถ่ายภาพ ตลอดจนเลือกกลุ่มที่มีสิทธิ์ในการรับชมภาพถ่ายของคุณได้อีกด้วย กล่าวโดยสรุป Facebook Camera แอพฯ ถ่าย และแชร์ภาพ จะให้คุณใช้งานได้ใน 3 ลักษณะก็คือ สืบค้นอัลบั้มภาพถ่ายทั้งหมด ตกแต่งแก้ไขภาพถ่ายให้สวยงาม และอัพโหลด+โพสต์ข้อความภาพถ่ายเหล่านั้นเข้าไปในเฟซบุ๊กของคุณ

ซึ่งสามารถ Download ได้แล้ววันนี้ทั้ง iPhone,iPod และ iPad

ลง Windows 8 ใหม่อีกรอบง่ายแค่ 3 คลิก!!!

ทุกท่านน่าจะเคยใช้ Windows กันมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น Windows 7 หรือ Windows XP ก็ตาม หากลองนึกดูว่าถ้าคุณต้องการติดตั้ง Windows ใหม่ จะต้องมีแผ่น Windows และขั้นตอนอะไรบ้าง บางท่านอาจจะบอกว่า ง่ายนิดเดียวแค่ โทรหาเพื่อนแล้วบอกให้ลงใหม่ให้หน่อย หรือยกเครื่องไปที่ร้าน 300 บาททุกอาการ รวมถึงยกมาให้ทีมงานของเราบริการให้เพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงก็เรียบร้อย แต่สำหรับ Windows 8 แล้วคุณไม่ต้องทำเช่นนั้นอีกต่อไป เพราะมันง่ายมากๆเพียง 3 คลิก 

เพียงคุณเข้าไปที่ Menu "General" ในหน้า Setting คุณก็สามารถลงเครื่องใหม่ได้โดยการ Click ไม่กี่ครั้ง
จากภาพจะเห็นว่า คุณสามารถ เลือกได้ 2 วิธี นั่นคือ Refresh และ Reset โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
Refresh
  • Data file และ การตั้งค่าส่วนตัวของคุณจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง
  • การตั้งค่าของเครื่องจะถูกเปลี่ยนเป็นค่าเริ่มต้น
  • App จาก Windows Store จะยังคงอยู่
  • App ที่คุณติดตั้งเองจะถูกลบ
  • จะมีรายการ App ที่ถูกลบให้คุณดูที่ Desktop หลังจาก Refresh
*กรณีนี้อาจจะทำเพื่อต้องการกลับไปใช้งาน Windows ในตอนเริ่มต้นที่ติดตั้งใหม่ๆ โดยที่ข้อมูลจะไม่หายไป*


Reset
  • Data file และ App จะถูกลบทั้งหมด (แต่สามารถเลือก Drive ที่ลง Windows ได้)
  • การตั้งค่าของเครื่องจะถูกเปลี่ยนเป็นค่าเริ่มต้น
*กรณีนี้ก็จะทำการลบข้อมูลทุกอย่างของ Drive ที่ติดตั้ง Windows ไว้ออกหมด ข้อมูลทุกอย่างนี้รวมถึงงาน รูปภาพ เพลง และอื่นที่ที่อยู่ในไดร้ที่ติดตั้ง Windows ด้วยนะจ๊ะ*

นี่คือสิ่งที่ Smart Phone อย่าง Android และ iPhone เรียกว่า Factory Reset นั่นเอง ว่าง่ายๆ คือการ Restore นั่นแหละครับ ยังไงก่อนทำการเลือกว่าจะต้องการ Refresh หรือ Reset ควรคิดดีๆก่อนและแยกเก็บข้อมูลสำคัญไว้ก่อน เพราะว่าจะกระทบถึงข้อมูลของเราทุกๆกรณี หรือว่าท่านใดอยากรู้รายละเอียดการใช้งานและอยากให้ทีมงานเราสอนให้ก็ยินดีบริการในเวลาทำการครับผม ฟรี!!! นะจะบอกให้ ^^

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555


เคยไหม?? ซื้อ USB Flash Drive ยกตัวอย่างเช่นความจุ 16GB พอจะ copy ข้อมูลเราก็จะเข้าไปคลิกขวาแล้วดูความจุที่เหลือว่าเหลือพอที่จะ copy ไฟล์นั้นหรือไม่ หลังจากตรวจสอบกับ Windows มันบอกว่า ไดรฟ์มีความจุทั้งหมดแค่ 14.8GB (Total size) เฮ้ยๆ!!!!! หายไปไหนตั้ง 1.2GB สำหรับหลายๆ ท่านคงจะงงว่ามันหายไปไหน ความจริงคือ มันไม่ได้หายไปไหนครับ แต่…..?? เรามาไขความจริงเรื่องนี้กันดีกว่า

ความจริงไม่ว่าจะเป็น USB Flash Drive ฮาร์ดดิสก์ หรือสตอเรจใดๆ ของคอมพิวเตอร์จะมีการวัดหน่วยความจุเป็น "ไบต์" (Byte) ปัญหาคือ ความจุในหน่วย MB และ GB ของสตอเรจที่เราเห็นกับที่คอมพิวเตอร์เห็นมันไม่เหมือนกัน อ้าวๆ อย่าเพิ่ง งง นะจ๊ะ ตามนิยามพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ 1KB เท่ากับ 1024 ไบต์ ดังนั้น 1M ก็คือ 1024KB ดังนั้นความหมายของ 1MB จริงๆ จะเป็นตามความคิดของคอมพิวเตอร์คือ 1,048,576 ไบต์ ไม่ใช่ 1,000,000 ไบต์ตามความคิดของเรา ดังนั้น ความจุ 16GB ของคอมพิวเตอร์มันจึงหมายถึง 17.179,869,184 ไบต์ (16 x 1024 x 1024 x 1024)



อย่างไรก็ตาม ความจุของสตอเรจที่เราเห็น 16GB บนสตอเรจต่างๆ นั้น ผู้ผลิตสตอเรจจะเล่นตลกกับตัวเลขด้วยการมองว่า มันหมายถึงความจุ 16,000,000,000 ไบต์ ซึ่งสอดคล้องกับความคิดของมนุษย์ว่า 1GB หมายถึง 1 พันล้านไบต์ โดยความเป็นจริงความจุของสตอเรจก็จะได้จำนวนไบต์ประมาณ 16,000,000,000 ไบต์หย่อนนิดๆ หน่อยๆ แต่เมื่อ Windows  อ่านความจุ มันจะใช้กติกาเดิมคือ 1024 เท่ากับ 1KB ดังนั้น หากเรานำ 1024 ไปหาร 16,000,000,000 ไบต์ 3 ครั้ง ก็จะได้หน่วย GB ออกมา ซึ่งปรากฎว่า ความจุที่ Windows อ่าน Flash Drive ตัวนี้ได้คือ 14.9GB จะเห็นว่า ตัวเลขที่ได้ใกล้เคียงกับที่แสดงในรูป (14.8GB) ดังนั้น ข้อมูลความจุที่แสดงบนสตอเรจกับที่แสดงใน WIndows จึงเป็นตัวเดียวกัน ไม่ได้โกงแต่อย่างใด ไม่งงนะครับ :D

Credit By [เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th]

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ระบบบริการซ่อมและตรวจอาการคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ด้วย TeamViewer

ระบบบริการซ่อมและตรวจอาการคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ด้วย TeamViewer
โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมฟรีที่ใช้ในการ remote ควบคุมเครื่องปลายทาง ช่วยให้สามารถรับบริการได้แม้จะไม่ได้มารับบริการโดยตรงที่จุดบริการ ก่อนจะรับการบริการเครื่อง PC หรือ Notebook จะต้อง
1. สามารถเปิดเครื่องและใช้งาน Windows ได้
2. สามารถใช้งาน Internet ได้
3. ต้องเสียบแบตเตอร์รี่หรือเสียบสายไฟกับเครื่อง
4. แจ้งความต้องการในการขอรับบริการในกลุ่มนี้ (ตรงหัวข้อ แจ้งขอรับบริการตรวจเช็ค/ซ่อมออนไลน์) เพื่อที่ทางทีมงานจะได้ขอรับรหัสจากท่านได้โดยการแชทส่วนตัว เนื่องจากโปรแกรมนี้ทีมงานได้ทำการจัดการด้านความปลอดภัย ไม่ให้เกิดการแทรกจากผู้ไม่หวังดีที่ดักจับข้อมูลของผู้รับบริการ
เมื่อครบเงื่อนไขแล้วทำตามขั้นตอนด้านล่างได้เลยครับ


ดาวน์โหลดโปรแกรม TeamViewer <<คลิ๊กที่นี่

เมื่อดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งมาแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

1. ดับเบิลคลิกไฟล์ TeamViewer_Setup.exe

2. คลิกปุ่ม Next


3. คลิกเลือก personal / non-commercial use

4. คลิกปุ่ม Next >

5. คลิกให้มีเครื่องหมายถูกในช่องทั้ง 2 รายการ

6. คลิกปุ่ม Next

7. คลิกปุ่ม Next


8. คลิกปุ่ม Next >


9. โปรแกรม TeamViewer จะเริ่มติดตั้ง


10. คลิกปุ่ม Finish เท่านี้ก็เสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรม


การใช้โปรแกรม TeamViewer 5

1. คลิกปุ่ม Start

2. คลิกเลือก All Programs > TeamViewer 5 > TeamViewer 5


3. หน้าจอโปรแกรม TeamViewer จะเปิดขึ้นมา ให้ท่านแจ้งรหัส ID และ Password ที่เห็นในช่อง ทางทีมงานจะสามารถ

เข้าไปแก้ไขปัญหาให้ท่านได้

*Password จะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เข้าโปรแกรม TeamViewer ใหม่




Credit by Blogilo